skip to Main Content
เสริมคาง

รู้จักเทคนิคการยึดสกรูไทเทเนียมสำหรับ “เสริมคาง”

 

เสริมคางและเทคนิคการยึดซิลิโคนเสริมคางแต่ละประเภท 

  • เสริมซิลิโคนโดยไม่ฟิคซิลิโคนให้อยู่กับที่ อาศัยการสมานตัวของเนื้อเยื้อร่างกาย เพื่อให้ซิลิโคนเข้าที่เองตามะรรมชาติ เทคนิคนี้มีโอกาสที่ซิลิโคนจะเคลื่อนที่ผิดตำแหน่งได้มากที่สุด โดยเฉพาะท่านที่เคย เสริมคางหรือฉีดสารเสริมคางมาก่อน เมื่อตัดสินใจทำการผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน แพทย์จำเป็นที่จะต้องผ่าตัดขูดสารที่เสริมออกมาก่อน หรือผ่าตัดนำซิลิโคนเดิมที่เสริมออกมาก่อนในรายที่เสริมคางด้วยซิลิโคนมาแล้วเกิดอาการเบี้ยวเอียงอยู่เดิม จะไม่แนะนำตัดเสริมคางด้วยเทคนิคนี้อีก เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้ซิลิโคนที่เสริมไปใหม่เบี้ยวเอียงซ้ำตามเดิม เนื่องจากร่างกายสมานผลในลักษณะองศาเดิมที่เคยเสริมมา
  • เสริมซิลิโคนโดยเย็บฟิคซิลิโคนให้อยู่กับที่ วิธีนี้ช่วยให้ซิลิโคนคางฟิคตัวในตำแหน่งที่แพทย์เสริมได้ดียิ่งขึ้น ป้องกันการเบี้ยวเอียงได้ระดับหนึ่ง เป็นวิธีที่ใช้กันโดยส่วนใหญ่
  • เสริมซิลิโคนโดยเทคนิคยึดสกรูไทเทเนียม การเสริมคางโดยยึดสกรูไทเทเนียมไม่ก่อให้เกิดอันตรายในร่างกาย จะช่วยป้องกันปัญหาการเบี้ยวเอียงเคลื่อนที่ของ  ซิลิโคนได้มากที่สุด ป้องกันปัญหาจากท่านที่เคยเสริมคางมาแล้วกลัวเบี้ยวเอียงซ้ำ ป้องกันการเคลื่อนที่จากการที่คางได้รับแรงกระแทกได้พอสมควร หากเป็นการเสริมด้วยวิธีอื่นมีสิทธิเบี้ยวเอียงได้ง่ายมากกว่าเมื่อโดนแรกกระแทกที่เท่ากัน

        การเสริมคางด้วยซิลิโคน ด้วยเทคนิคยึดสกรูไทเทเนียม แบบเปิดแผลผ่าตัดด้านในปาก เย็บด้วยไหมละลาย หรือการเสริมคางลงแผลภายนอกบริเวณใต้คางและยึดซิลิโคนคางด้วยสกรูไทเทนียม ต้องมีการนัดตัดไหม 7-10 วันหลังจากทำการเสริมคางแผลภายนอก

การเสริมคางด้วยซิลิโคนอเมริกาหรือซิลิโคนเกาหลี ซิลิโคนเมดิคอลเกรดเมื่อเสริมเข้าไปแล้วสามารถอยู่ได้ตลอดชีวิต ความแตกต่างของซิลิโคนของสองประเทศ เรื่องคุณภาพของวัสดุไม่แตกต่างกัน จะแตกต่างกันที่รูปทรงเป็นหลัก

โดยซิลิโคนของทางอเมริกาส่วนมใหญ่จะแนะนำสำหรับคนไข้ผู้ชาย เนื่องด้วยรูปทรงที่ออกไปทางทรงป้านมากกว่าจะรีมนแบบซิลิโคนเกาหลี

การเสริมคาง ศัลยกรรมเสริมคาง สามารถเสริมได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เหมาะกับท่านที่มีปัญหาคางสั้น คางถอยไปด้านหลัง ทำให้ใบหน้าดูไม่สมส่วน คางสั้นทำให้ใบหน้าดูสั้นไม่เรียวได้รูป

 

การเตรียมตัวก่อนเสริมคาง

  • งดวิตามินอาหารเสริม ยาสมุนไพร ทุกประเภทก่อนนัดผ่าตัด 1 สัปดาห์
  • งดสูบบุหรี่ก่อนนัดผ่าตัด 1-2 สัปดาห์
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ ก่อนนัดผ่าตัด 1 สัปดาห์
  • งดฉีดสารเติมเต็มเช่น ฟิลเลอร์หรือซิลิโคนเหลว มาอย่างน้อย 6 เดือน
  • หากมีโรคประจำตัวให้แจ้งประวัติการรักษากับแพทย์ที่จะทำการผ่าตัดเสริมคาง
  • เตรียมแผ่นเจลประคบเย็น ประคบอุ่น ไว้ใช้หลังหลังเสริมคาง

การดูแลหลังเสริมคาง

  • งดวิตามินอาหารเสริม ยาสมุนไพร ทุกประเภทหลังผ่าตัด 1-2 สัปดาห์
  • งดสูบบุหรี่หลังนัดผ่าตัด 1-2 สัปดาห์
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ หลังนัดผ่าตัด 1-2 สัปดาห์
  • งดออกกำลังกายทุกชนิด ระยะเวลา 1 สัปดาห์ถึง 1 เดือนหลังจากวันที่ผ่าตัดเสริมคาง
  • ทานยาตามแพทย์จ่ายให้อย่างครบถ้วน
  • รักษาความสะอาดช่องปากโดยเฉพาะผู้เลือกผ่าตัดเสริมคางโดยเปิดแผลด้านในปาก ทุกครั้งหลังทานอาหารด้วยการแปรงฟัน บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากหรือน้ำเกลือทุกครั้ง การผ่าตัดโดยมีแผลในช่องปาก สิ่งสำคัญคือการดูแลความสะอาดทุกครั้งหลังทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มในช่วง 1 สัปดาห์แรก
  • ประคบเย็นบริเวณรอบๆคางเบามือ 2 วันหลังผ่าตัด วันที่ 3 หลังผ่าตัดเป็นต้นไปเปลี่ยนเป็นประคบอุ่นได้เรื่อยๆ จนกว่าอาการบวมและรอยช้ำจะดีขึ้น
  • นอนหมอนสูง หนุนหมอน 2 ใบ ในระยะ 1 สัปดาห์แรก
  • นอนหน้าตรง ไม่นอนตะแคงด้านข้างเป็นระยะเวลา 1 เดือน

ผลลัพธ์หลังการเสริมคาง

     ระยะเวลาพักฟื้นหลังเสริมคาง แนะนำที่ 3-7 วันหลังผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคาง เนื่องจากการเสริมคางอาจมีอาการบวมและรอยช้ำได้ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะคนไข้ที่เป็นเคสแก้ไขเสริมคาง จากการขูดสารฟิลเลอร์หรือสารเหลวออก   อาการปวดอาจมีได้มากในวันแรกหลังผ่าตัด สามารถบรรเทาอาการปวดได้ด้วยการทานยาแก้ปวดและการประคบเย็นร่วมด้วยในช่วง 1-3 วันแรกหลังผ่าตัด

    ในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์แรก คนไข้จะมีอาการบวมหรืออาจมีรอยช้ำ อาการชาบริเวณคางใต้คางริมฝีปากจะมีได้จนกว่าอาการบวมจะหายทั้งหมด ซึ่งอาจใช้ระยะเวลา 1-6 เดือนหลังผ่าตัดเสริมคาง เนื่องจากในแต่ละท่านมีการฟื้นฟูร่างกายต่างกัน และรายท่านที่เป็นเคสผ่าตัดแก้ไข จะใช้เวลาฟื้นฟูมากกว่าท่านที่ผ่าตัดเสริมคางเป็นครั้งแรก

Back To Top